“รักแห่งสยาม” อีกครั้งถ้ายังไม่เบื่อ
เกี่ยวกับ “รักแห่งสยาม” อีกครั้ง
ไม่รู้เหมือนกันว่าข้อมูลต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ มันบังเอิญเข้ามาในหัวของผม ในช่วงเวลาที่เหมาะสมพอดิบพอดี ได้อย่างไร. . . แต่ก็ทำให้เข้าใจความรู้สึกของ “สินจัย หงษ์ไทย” มากขึ้น (ขอเรียกชื่อสกุลเดิมของเธอนะครับ เพราะผมรู้สึกชอบนามสกุลเดิมของนักแสดงหญิงฅนนี้มากกว่า)
คืนนั้นไม่รู้มาก่อนว่ามีรายการมอบรางวัลจากสมาคมนักข่าว ก็เลยได้ดูรายการที่ว่านี้โดยบังเอิญ. . .
คืนนั้นเป็นคืนวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2551 เป็นคืนที่ผมนอนดึกโดยบังเอิญ ที่บอกว่าโดยบังเอิญก็เพราะปรกติผมนอนเร็วครับ บางวันเหนื่อย ๆ หน่อย 2 ทุ่มก็เข้ามุ้งนอนแล้วครับ (บ้านผมอยู่นอกเมืองครับ ยังชอบใช้มุ้งอยู่)
คืนนั้นท่องเน็ตเพลินไปหน่อย ก่อนเข้ามุ้งนอนก็เปิด ที.วี. ดูสักนิ้ด ตอนนั้นรู้สึกจะประมาณ 3-4 ทุ่มไปแล้ว ก็บังเอิญไปเจอรายการประกาศผลรางวัล “ผลงานบันเทิงยอดเยี่ยม ครั้งที่ 6 ประจำปี 2550″ (หรือรางวัล Star Entertainment Awards 2007)
ดู ๆ ไปก็พบว่ามีการมอบรางวัลต่าง ๆ นานามากมาย ทั้งที่เกี่ยวกับ ที.วี. และภาพยนตร์
ผมก็เลยลุ้นว่า “รักแห่งสยาม” จะกวาดรางวัลอะไรกับเขาอีก ?
พอถึงคิว “นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม” . . . มีการประกาศรายชื่อนักแสดงหญิงเรียงคิวกันไป ฅนสุดท้ายเป็นชื่อของ ‘สินจัย เปล่งพานิช’ เมื่อนั้นแหละเสียงฅนดูในหอประชุมส่งเสียงฮึม ๆ กันทันที่ เพราะช่วงที่ผ่านมาคุณสินจัยเธอมากวาดรางวัลโดยเฉพาะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอมาพร้อมกับหนังเรื่องรักแห่งสยาม. . .
“. . . รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ . . . สินจัย เปล่งพานิช จาก รักแห่งสยาม. . .” เท่านั้นแหละเสียงฅนดูในห้องประชุมพากันเฮกันลั่นสนั่นโรง . . . ผมก็ช่วยเฮเข้าไปอีกแรงสิครับคุณผู้ชม แหม. . .
จากนั้นคุณสินจัยก็เดินขึ้นไปรับรางวัลบนเวที เธอกล่าวว่า “ขอบคุณสหมงคลฟิล์ม ขอบคุณบาเเรมยู ขอบคุณมะเดี่ยวที่ให้โอกาสนกกลับมาเล่นหนังอีกครั้ง หนังเรื่องนี้มีความสำคัญกับนกมาก. . .”
พูดจบเธอก็อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ “ว่าจะไม่ร้องไห้แล้วนะ” ใช่ . . . เหมือนนกกำลังจะพูดอะไรออกมาอีก แต่เธอก็หยุดไว้แค่นั้น แต่เพียงแค่ประโยคสั้น ๆ แค่นี้ก็น่าจะสื่อสารให้ฅนที่อยู่ในห้องประชุมได้รับรู้แล้วว่าเธออยากจะพูดอะไร และรู้สึกอย่างไร ณ เวลานี้
………………………………………………
ตัดไปครับ
ไปที่รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากละครที.วี. ชื่อของนักแสดงชายหลายฅนถูกกล่าวออกไมค์ หนึ่งในนั้นคือ นก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช . . . มีลุ้นครับมีลุ้น . . .
“นักแสดงชายยอดเยี่ยมจากละครที.วี. ได้แก่ . . . ฉัตรชัย เปล่งพานิช จาก ละคร กงจักรลายดอกบัว . . .”
จากนั้น นก-ฉัตรชัย ก็ขึ้นไปรับรางวัล พร้อมด้วยกล่าวด้วยเสียงอันสั่นเครือจนร้องไห้หน่อย ๆ ”นานหลายปีแล้วที่ผมไม่ได้รับรางวัลจากสาขาโทรทัศน์ . . . ตอนที่ผมได้รับบทนี้ผมกำลังป่วยอยู่ในโรงพยาบาลพอดี . . . “ ถึงตอนนี้กล้องตัดฉับไปที่ นก-สินจัย ที่กำลังนั่งอยู่ข้างล่าง เอ๊ะ ! มันยังไงกัน ? สำหรับการตัดภาพของกล้องในรายการนี้ เหมือนกับเรากำลังดูหนังเรื่องอะไรอยู่สักอย่าง ?
…………………………………………………..
กับประเด็นตรงนี้แล้ว ที่จริงถ้าใครตามข่าวเกี่ยวกับครอบครัวเปล่งพานิชจะพบกับสถานการณ์ต่าง ๆ หลายอย่าง ทั้งลูกชายที่ข่าวลือว่าเป็นเกย์ ทั้งตัวของนกชายก็มีข่าวลือว่าเป็นเกย์เช่นกัน . . . มีเพื่อนเกย์ของผมฅนหนึ่งบอกว่า “รู้ไหม หนังเรื่องเนี้ยะ สินจัย แสดงสุดฝีมือเลยนะ สังเกตุฉากที่ต้องแสดงอารมณ์โกรธมาก ๆ สิ”
ใช่แล้วครับ . . . ผมลองย้อนกลับไปดู “รักแห่งสยาม” เป็นรอบที่ 4 ฉากที่นกสินจัยเข้าบทกับกบทรงสิทธิ์ที่ทะเลาะกันสุดแรง และไหนจะฉากที่เธอกับเคี่ยวกับน้องพิช (มิว) นั่นอีก . . . และยังมีฉากสุดท้ายที่ต้องแสดงความรู้สึกถึงการยอมรับที่แท้จริงว่า “แตง” หายสาบสูญไปแล้ว และ ลูกชาย (โต้ง) ก็เป็นเด็กที่รักเพศเดียวกัน ซึ่งฉากสุดท้ายทั้งเธอ (นกสินจัย) กับ กบทรงสิทธิ์ ต้องร้องไห้อย่างสุดซึ้ง . . .
ผมได้ดูฉากนั้นอีกครั้ง ผมก็ร้องไห้ไปด้วย ซึ่งปรกติแล้วตอนที่ดูฉากนี้ ผมเพียงแต่ดูผ่านมันไปเฉย ๆ (ฉากที่นกสินจัยใส่อารมณ์กับกบทรงสิทธิ์ ในห้องรับแขก จนนกล้มลงไปนั่งกับพื้น) คงเป็นเพราะผมได้รับข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับครอบครัวเปล่งพานิชไงครับ ประกอบกับคำพูดของนกสินจัยที่เธอบอกว่า “หนังเรื่องนี้มีความสำคัญกับนกมาก” . . . แค่ประโยคสั้น ๆ แค่นี้ เมื่อผมกลับไปดูหนังเรื่องนี้อีกรอบ . . . เท่านั้นแหละ . . . ผมก็ถึงกับร้องไห้ไปด้วยกับฉากแรง ๆ ฉากนั้น . . ..
…………………………………………………..
กลับไปที่รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอีกครั้งครับ . . . รายชื่อภาพยนตร์เข้าชิงหลายเรื่องทีเดียว พอชื่อภาพยนตร์ “รักแห่งสยาม” ถูกพูดถึงเป็นชื่อสุดท้าย ก็ทำเอาเสียงเชียร์ในห้องประชุมดังเฮฮึมกันอีกครั้ง
“ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ รัก แห่ง สยาม” เฮ. . . เสียงคนดูในห้องประชุมเฮกันลั่น ฮ่า ฮ่า ผมก็เฮด้วยอีกฅนเหมือนกัน ถึงตอนนี้มะเดี่ยวก็ขึ้นไปรับรางวัล
มะเดี่ยวขึ้นไปพร้อมกับพูดว่า “ดีใจครับ ที่วันนี้ได้เจอพี่เบิร์ด” อ้าว . . . มะเดี่ยว ไหงพูดงั้นล่ะครับ เค๊านึกว่าจะพูดถึงความซาบซึ้งใจอะไรซักหน่อย บังเอิญว่าคืนนั้นพี่เบิร์ดธงชัยไปในงานด้วย . .
ดูดูไปก็เหมือนกับพวกเดียวกันทักทายพวกเดียวกัน ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งผ่านการเปิดเผยตัวเองไปแล้ว แล้วทักทายอีกฝ่ายที่ยังไม่ยอมเปิดเผยเสียที . . .
คืนนั้น . . . ผมเลยนอนหลับฝันดีไปเลย เพราะได้เห็นอะไรที่ขำ ๆ ได้ดูอะไรที่ลึกซึ้ง ๆ